เกี่ยวกับเรา

ประวัติความเป็นมา

โดยที่กระทรวงสาธารณสุขได้จัดตั้งสถาบันพัฒนากำลังคนด้านสาธารณสุขขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๖ ให้มีหน้าที่ผลิตและพัฒนาบุคลากรด้านสาธารณสุข ประกอบด้วยวิทยาลัยการสาธารณสุข วิทยาลัยพยาบาล และโรงเรียนต่างๆ ในกระทรวงสาธารณสุข ต่อมาวิทยาลัยการสาธารณสุขได้รับพระราชทานพระราชานุญาตให้อัญเชิญพระนามาภิไธยมาเป็นชื่อของวิทยาลัยว่า “วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร” และวิทยาลัยพยาบาลได้รับพระราชทานชื่อว่า “วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี” ส่วนวิทยาลัยเทคโนโลยีทางการแพทย์และสาธารณสุขได้รับพระราชทานชื่อว่า “วิทยาลัยเทคโนโลยีทางการแพทย์และสาธารณสุข กาญจนาภิเษก” และพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เปลี่ยนชื่อสถาบันพัฒนากำลังคนด้านสาธารณสุขเป็น “สถาบันพระบรมราชชนก” ตามหนังสือสำนักราชเลขาธิการ ที่ รล ๐๐๐๓/๑๒๘๑๙ ลงวันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๓๗ โดยมีฐานะเป็นส่วนราชการของสำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงสาธารณสุข แต่เนื่องจากสถาบันพระบรมราชชนกประสงค์จะมีความเป็นอิสระในการจัดการศึกษาและบริหารกิจการด้านต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ดังนั้น เพื่อให้สถาบันพระบรมราชชนกสามารถพัฒนาระบบบริหารและการจัดการศึกษาเฉพาะทางที่มีความคล่องตัว มีเสรีภาพทางวิชาการ และอยู่ภายใต้การดูแลกำกับของสภาสถาบันพระบรมราชชนกได้อย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ สมควรกำหนดสภาพของสถาบันพระบรมราชชนกให้เป็นสถาบันอุดมศึกษาเฉพาะทางด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพที่จัดการศึกษาระดับปริญญามีวัตถุประสงค์เพื่อผลิตและพัฒนาบุคลากรตามความต้องการของกระทรวงสาธารณสุข ให้การศึกษาส่งเสริมวิชาการและวิชาชีพ ทำการสอน ทำการวิจัย ให้บริการทางวิชาการแก่สังคม และทะนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัติสถาบันพระบรมราชชนก และวันที่ ๔ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๒ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ์บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยสถาบันพระบรมราชชนก จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ  ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติทำหน้าที่รัฐสภา เรียกว่า “พระราชบัญญัติสถาบันพระบรมราชชนก พ.ศ. ๒๕๖๒”

ตามความในมาตรา ๑๐ แห่งพระราชบัญญัติสถาบันพระบรมราชชนก พ.ศ. ๒๕๖๒ ว่าด้วยการแบ่งส่วนราชการ ประกอบด้วย มาตรา ๓๑ มาตรา ๓๒ มาตรา ๓๓ มาตรา ๓๔ และ มาตรา ๓๕ จึงจำเป็นต้องมีการจัดโครงสร้างบริหารงานระดับคณะและระดับวิทยาลัยให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติสถาบันพระบรมราชชนก และให้การดำเนินการระดับคณะเป็นไปอย่างคล่องตัว และมีประสิทธิภาพในการจัดการศึกษาและพัฒนาบุคลากรด้านสาธารณสุขให้สอดคล้องกับความต้องการของกระทรวงสาธารณสุข สถาบันพระบรมราชชนกจึงได้ออกคำสั่งสถาบันพระบรมราชชนก ที่ ๓๒/๒๕๖๒ ลงวันที่ ๑๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๒ แต่งตั้งผู้อำนวยการโครงการจัดตั้งคณะสาธารณสุขศาสตร์และสหเวชศาสตร์ และคณะกรรมการบริหารโครงการจัดตั้งคณะสาธารณสุขศาสตร์และสหเวชศาสตร์ สังกัดสถาบันพระบรมราชชนก เพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดตั้งคณะสาธารณสุขศาสตร์และสหเวชศาสตร์ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และมีประสิทธิภาพ  โดยมีมีหน้าที่และความรับผิดชอบตามคำสั่ง ดังนี้

๑) จัดทำโครงสร้างองค์กร บทบาทหน้าที่ กรอบอัตรากำลังของคณะและหน่วยงานในสังกัดคณะ
๒) จัดทำโครงสร้างการบริหารงาน การบริหารจัดการ การส่งเสริมสนับสนุน การดูแลกำกับงานของคณะและหน่วยงานในสังกัดของคณะ
๓) จัดทำโครงการจัดตั้งคณะและเตรียมความพร้อมในการจัดตั้งคณะและการเปิดสอนหลักสูตรต่างๆ ของวิทยาลัยในสังกัดคณะ
๔) จัดทำแผนพัฒนาระบบและกลไกการบริหารและดำเนินการตามหน้าที่หลักของคณะในการผลิตบัณฑิต การจัดการเรียนการสอน การวิจัย การบริการวิชาการ และทะนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม
๕) ปฏิบัติหน้าที่อื่นๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย

โครงสร้างคณะสาธารณสุขศาสตร์และสหเวชศาสตร์ซึ่งอยู่ระหว่างกระบวนการดำเนินการประกาศกฎกระทรวงการแบ่งโครงสร้างการบริหารงานของสถาบันพระบรมราชนกประกอบด้วยวิทยาลัยในสังกัดคณะสาธารณสุขศาสตร์และสหเวชศาสตร์ ทั้ง ๙ วิทยาลัยได้แก่ ๑) วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดชลบุรี ๒) วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดขอนแก่น ๓) วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดพิษณุโลก ๔) วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี ๕) วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดสุพรรณบุรี ๖) วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดตรัง ๗) วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดยะลา ๘) วิทยาลัยเทคโนโลยีทางการแพทย์และสาธารณสุข กาญจนาภิเษก และ ๙) วิทยาลัยการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร และสำนักงานคณบดี

คณะกรรมการจัดตั้งคณะสาธารณสุขศาสตร์และสหเวชศาสตร์ได้ทำการประชุมเตรียมการตามบทบาทหน้าที่ดังกล่าว จัดทำร่างโครงสร้าง บทบาทหน้าที่และอัตรากำลัง รวมถึงการเตรียมโครงสร้างพื้นฐานระดับคณะ สำนักงานคณบดีซึ่งเป็นสำนักงานคณะสาธารณสุขศาสตร์และสหเวชศาสตร์ในการบริหารคณะในภาพรวม จัดทำแผนงบประมาณที่จำเป็นต้องใช้ในการดำเนินการ รวมถึงอัตรากำลังคนที่สอดคล้องกับภาระการปฏิบัติงานตามโครงสร้างของคณะสาธารณสุขศาสตร์และสหเวชศาสตร์ รวมถึงจัดทำแผนยุทธศาสตร์คณะสาธารณสุขศาสตร์และสหเวชศาสตร์ ปีงบประมาณ ๒๕๖๓-๒๕๖๗